อยู่ตรงไหนจึงจะเรียกว่าถึงยุคไทยมหารัฐ ?

 



คำถามวันนี้ เกิดจากการเทียบยุคต่าง ๆ ที่ผ่านมาของไทย กับคำทำนาย หวังว่าพวกเราคงเคยได้ยินได้ฟัง คำทำนาย ประเทศไทย 10 ยุค กันมาแล้ว ในที่นี้จะทบทวนให้อีกครั้งย่อ ๆ นะ 10ยุคที่กล่าวมา คือ 

ยุคที่ 1 เรียกว่า ยุค “มหากาฬ”

ยุคที่ 2 เรียกว่า ยุค “พันธุ์ยักษ์”

ยุคที่ 3 เรียกว่า ยุค “รักษ์บัณฑิต”

ยุคที่ 4 เรียกว่า ยุค “สนิทธรรม”

ยุคที่ 5 เรียกว่า ยุค “จำแขนขาด”

ยุคที่ 6 เรียกว่า ยุค “ราชโจร”

ยุคที่ 7 เรียกว่า ยุค “นนท์ร้องทุกข์”

ยุคที่ 8 เรียกว่า ยุค “ทมิฬ”

ยุคที่ 9 เรียกว่า ยุค “ถิ่นตาขาว”

ยุคที่ 10 เรียกว่า ยุค “ชาววิไล” 

(ส่วนรายละเอียด คุณสามารถ มังสัง เขียนไว้ได้ดี ตามไปดูที่ลิงค์นี้ https://mgronline.com/daily/detail/9570000007219 )

ส่วนคุณ LunaServiz (https://www.facebook.com/lunaserviz/posts/1321714591268497/) ได้โพสต์ เพิ่มมาอีก ว่ายังมียุคต่อมาว่า ถิ่นกาขาว ชาวศิวิไล ไทยมหารัฐ จักรพรรดิราช 

อีกคำอธิบายเรื่องยุคนี้ หาอ่านเพิ่มเติมได้ที่ (http://oknation.nationtv.tv/blog/thaitails/2018/06/12/entry-1)

หรือข้อมูลจากที่อื่นอีกมาก ลองไปอ่านดูนะครับ

ส่วนมุมมองของข้าพเจ้า ก็คงเกาะติดคำถามข้างต้น เราจะรู้ได้ยังไงว่าถึงยุคไหนแล้ว และคิดว่าแต่ละยุคควรมีลักษณ์อย่างไร และทำไมคำทำนายเก่าจึงมีแค่ 10 ยุค ข้อสังเกตของข้าพเจ้า จากยุคทมิฬ สู่ชาวศรีวิไล มันออกจะตรงกันข้ามมาก ๆ เรียกว่าจากยุคมืดสู่ยุคสว่าง คำว่าทมิฬนี่โดยความเข้าใจหมายถึงดุร้าย ป่าเถื่อนและมืดมิดทีเดียว ทำไมโหราจารย์จึงใช้คำนี้ การจะเปลี่ยนผ่านไปสู่แดนศรีวิไล อันสว่างไสว คงไม่ได้เกิดเพราะแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด คือของเก่าหายไปฉับพลับแล้วปรากฎของใหม่ขึ้นมาแทน ดังนั้น รอยต่อระหว่างยุค ที่ท่านใช้คำว่า ถิ่นตาขาว (จะมีชาวตะวันตกเข้ามามาก) ถิ่นกาขาว (เป็นนัยว่า กาปกติสีดำ นิสัยหยาบ และความประพฤติไม่ดี แต่กลับกลายเป็นกาขาวคือ รูปร่างหน้าตาเหมือนเดิมแต่ พฤติกรรมตรงข้าม คือมีศีลธรรมโดดเด่น) ส่วนตัวข้าพเจ้าเห็นชอบกับคำอธิบายหลัง คือถิ่นกาขาว นั่นหมายความว่า ในยุคนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของความคิดความเชื่อ ซึ่งอาจจะเกิดจากเทคโนโลยี่ ที่ทำให้โลกและสังคมแคบลง ความลับต่าง ๆ ถูกเปิดเผยและกระจายรวดเร็ว และน่าเชื่อถือมากขึ้น หรือจะเกิดจาก ความรู้สึกร่วมกัน ในเรื่องของความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน จนเกิดกติกาสังคมขึ้นมาใหม่ จึงเป็นไปได้ที่ศาสนาจะกลับมามีบทบาทในการเป็นบรรทัดฐานของกติกาสังคมอีกครั้ง อีกทั้งเข้าไปเติมเต็ม ความเครียดหรือความพร่องของจิตวิญญาณ ซึ่งเมื่อเราได้มองถึงสภาพปัจจุบัน โลกดิจิทัล ได้ก้าวรุดหน้าไปทุกมิติของชีวิต แต่ก็เป็นไปเพียงภาคกายภาพเท่านั้น ส่วนภาคของจิตวิญญานกับถูกละเลยล้าหลัง แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อก้าวไปถึงจุดหนึ่งโลกก็จะต้องกลับมามองหาความสมดุลย์ของชีวิตแน่นอน แล้วเมื่อวันนั้น โลกที่สมบูรณ์พร้อมทั้งความสุขสบายทางกายและทางใจ เดินเคียงข้างกันไป อย่างสมดุลย์ ยุคนั้นน่าจะเป็นยุค ชาวศรีวิไล อย่างแท้จริง

ถ้าความเห็นของข้าพเจ้าไม่ผิดไป ประเทศใดก็ตามที่สามารถสร้างสมดุลย์ ระหว่างกายและใจได้อย่างสมบูรณ์แล้ว ประเทศนั้นยังมีแต่ความสุข และเป็นต้นแบบของประเทศอื่น ๆ ได้ ฤๅคำว่า ไทยมหารัฐจะเป็นภาพต่อจาก ยุคแห่งชาวศรีวิไล และเห็นชัดว่า หากเป็นผู้นำโลกได้ ยุคแห่งจักรพรรดิราช (ยุคของผู้นำโลก) จะปรากฎตามมาอย่างเลี่ยงไม่ได้

สรุปภาพในใจของข้าพเจ้าดังนี้ 

ยุคถิ่นกาขาว เป็นยุคที่สังคมหันกลับมาให้ความสำคัญศีลธรรม เพื่อสร้างความสมดุลย์ของชีวิต คือกายกับใจ

ยุคชาวศรีวิไล เป็นยุคที่สังคมสร้างความสมดุลย์ระหว่างกายกับใจได้อย่างลงตัว จนเกิดความสมบูรณ์-สมดุลย์ ในทุก ๆ มิติ

ยุคไทยมหารัฐ เป็นยุคที่ทั่วโลก ยอมรับนับถือ และนำประเทศไทยไปเป็นต้นแบบ ทั้งการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ จิตใจ สังคม และในทุกมิติ เพื่อแก้ปัญหาของประเทศตน 

ยุคจักรพรรดิราช เป็นยุคที่ไทยก้าวไปสู่ความเป็นผู้นำโลก เป็นผู้จัดระเบียบโลกนั่นเอง 


05/กันยายน/2564

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้